วันที่ 22 ตุลาคม 2558 เวลา 10.30น. เครือข่ายขบวนการสร้างสุขภาพภาคประชาชน 15 เครือข่าย ประกอบด้วย เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายองค์กรผู้หญิง เครือข่ายองค์กรด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว เครือข่ายผู้ใช้แรงาน เครือข่ายแรงงานนอกระบบ เครือข่ายผู้พิการและผู้ด้อยโอกาศ เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายผู้ติดเชื้อ เครือข่ายเกษตรพันธะสัญญา เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ เครือข่ายศาสนา เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน เครือข่ายส่งเสริมการอ่าน เครือข่ายพุทธิกา และเครือข่ายสุขภาวะทางเพศ ได้ร่วมกันแถลงการณ์ “
สนับสนุนให้ นิยามการสร้างสุขภาพของ สสส. ยึดตามกฎหมายปัจจุบัน และให้ สสส. เป็นกลไก อิสระ ที่ตรวจสอบได้ อย่างมีมาตรฐาน มีส่วนร่วม” ณ อาคารสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย ห้องนมัสการชั้น 4 (สะพานหัวช้าง)

โดยมีข้อเสนอต่อสังคมในประเด็น สสส.ดังต่อไปนี้
1) ขอสนับสนุน ในการดำเนินงานของ สสส. มีขอบเขตการเสริมสร้างสุขภาพ ตามนิยามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติกองทุนสนั บสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 ซึ่งหมายถึง “การใดๆที่มุ่งกระทำเพื่อสร้างเสริมให้บุคคลมีสุขภาวะทางกาย จิต และสังคม โดยสนับสนุนพฤติกรรมของบุคคล สภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมที่จะนำไปสู่การมีร่างกายที่แข็งแรง สภาพจิตใจที่สมบูรณ์ อายุยืนยาว และคุณภาพชีวิตที่ดี” ทั้งนี้เนื่องจากนิยามดังกล่าว สะท้อนแนวคิดสุขภาพแบบองค์รวม ที่ทั่วโลกยอมรับ เช่น การประเมินผล 10 ปี สสส. โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และธนาคารโลก ชื่นชมการทำงานของ สสส. และขอให้เป็นต้นแบบขยายผลไปยังประเทศอื่นๆด้วย และจากบทเรียนของเครือข่ายที่ทำงานด้านนี้อย่างยาวนาน พบว่าสามารถคลี่คลายปัญหาสุขภาพที่มีความซับซ้อนอย่างได้ผล
2) ขอสนับสนุนหลักการที่ให้ สสส. และองค์กรอิสระอื่นๆ เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ โดยกลไกและกระบวนการตรวจสอบการดำเนินการของสสส. และองค์กรเหล่านั้น ก็ต้องเป็นไปอย่างมีระบบ มีมาตรฐาน มีขั้นตอนที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นที่ยอมรับ ในระดับสากล โดยต้องไม่เลือกปฏิบัติ เปิดเผย โปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล ที่สำคัญยิ่งจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกตรวจสอบและผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ เครือข่ายต่างๆ ซึ่งทำงานเกี่ยวกับสุขภาพอยู่ทั่วประเทศ ได้มีโอกาสได้รับรู้และมีส่วนร่วมในการชี้แจงให้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม และต้องให้สังคมได้มีส่วนร่วมรับรู้ข้อเท็จจริงด้วย
3) สสส. คือ องค์กรที่เป็นกลไกอิสระ เป็นบทพิสูจน์ว่าได้สร้างนวัตกรรมทางสังคมมากมาย สสส. คือ กองทุนของประชาสังคม แม้ว่าจะมีการปรับปรุงการทำงานของ สสส. ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานพึงกระทำอยู่แล้ว แต่ควรคงไว้ซึ่งหลักการและเจตนารมณ์การทำงานของ สสส. ที่เป็นกลไกสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และให้มีความเป็นอิสระควบคู่กับกลไกการตรวจสอบที่มีมาตรฐาน โดยมีข้อมูลวิชาการที่เชื่อถือได้รองรับ และที่สำคัญให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง